เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันเกี่ยวกับ การพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็กกันมาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่บางท่านอาจจะไม่ได้ใส่ใจมากเท่าที่คน และไม่รู้ว่าเจ้ากล้ามเนื้อมัดเล็กเนี่ย จริงๆแล้วมันคืออะไรและอยู่ส่วนไหน ที่สำคัญทำไมมันถึงได้พูดกันอย่างกว้างขวางมาในหลายๆปี
กล้ามเนื้อมัดเล็กคืออะไร สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ ?
กล้ามเนื้อมัดเล็กหมายถึง กล้ามเนื้อมือที่ใช้ในการหยิบ จับ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาการเขียน การใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนการช่วยเหลือตัวเองในด้านต่างๆ ได้ หากเด็กๆ ไม่ได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างถูกวิธี อาจส่งผลให้เด็กไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจส่งผลลบไปจนถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิต บุคลิกภาพ และการเข้าสังคมของเด็กๆ ซึ่งอาจกลายเป็นปม ส่งผลลบไปจนถึงการศึกษา อาชีพ และการใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต
กิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมให้การทำงานของกล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานสัมพันธ์กันได้ดี ความชำนาญในการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กในการหยิบจับสิ่งของ การเล่นตุ๊กตา เครื่องเล่นต่างๆ นั้นจะส่งผลดีต่อทักษะต่างๆมากมายที่คุณพ่อ คุณแม่ อาจคาดไม่ถึง
ในแต่ละครอบครัวนั้น อาจจะมีวิธีการดูแลบุตรหลานของตน ตามแบบฉบับเฉพาะเพื่อมุ่งให้บุตรหลานนั้นได้มีทักษะที่ดีเยี่ยมและมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่รั่วโรงเรียน แต่ทักษะอย่างหนึ่งที่สำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมในการเรียนนั้น คือ การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine-Motor Skills) ซึ่งกล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัยคือ กล้ามเนื้อนิ้วมือ และกล้ามเนื้อตา กล้ามเนื้อทั้ง 2 ส่วนจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการเขียนและการเรียนของพวกเขา ซึ่งทักษะนี้จะเกิดจากการที่บุตรหลานได้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง เช่น การติดกระดุม การผูกเชือกรองเท้า การแปรงฟัน การจับช้อนและส้อม การอาบน้ำ กิจกรรมเหล่านี้จะส่งเสริมให้สายตา และ มือ ทำงานอย่างสัมพันธ์กัน
ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดีนั้นถือเป็นต้นทุนที่ดีในการเรียนรู้ และการสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการให้เด็กเล็กทำกิจกรรมเชิงวิชาการเช่น การจดจำตัวอักษร ตัวเลข ถือเป็นกิจกรรมที่ยังไม่สู้จะเป็นประโยชน์นัก เมื่อเทียบกับกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่ประสานการทำงานระหว่างกล้ามเนื้อตา และมือ เพราะในทางกลับกันทักษะดังกล่าวจะช่วยเตรียมตัวให้พวกเขาพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้ดีในเวลาต่อไปภายหลัง เช่น แทนที่จะฝึกให้พวกเขาเขียนและวาด ทันที ควรได้ฝึกฝนให้พวกเขามีกล้ามเนื้อข้อมือที่แข็งแรงก่อน เพื่อให้พร้อมและรู้สึกสนุกกับการเขียน และถือดินสอเขียนและวาดภาพได้ดีขึ้น
กิจกรรมง่ายๆ ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่เสนอให้คุณพ่อคุณแม่ลองให้บุตรหลานของท่านลองทำด้วยตัวเองที่บ้าน ให้เป็น ก่อนเข้าโรงเรียน ได้แก่
- ฝึกให้ลูกได้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง ตั้งแต่การแปรงฟัง อาบน้ำ สวมและถอดเสื้อผ้า รูดซิป การจัด การเก็บของเล่นหรือสิ่งของให้เข้าที่เป็นระเบียบ กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้บุตรหลานได้ฝึกช่วยเหลือตนเองแล้ว ยังถือเป็นการฝึกให้พวกเขาได้ใช้สายตาให้ประสานกับกล้ามเนื้อมืออีกด้วย
- ฝึกให้ลูกได้ช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆน้อยๆ เช่นการกวาดบ้าน กรอกน้ำ หรือช่วยหยิบจับสิ่งของต่างๆระหว่างทำครัว กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาได้ใช้กล้ามเนื้อตาและข้อมือ ทั้งยังส่งเสริมการคิดและจินตนาการอีกด้วย
- ฝึกให้ลูกได้เล่นของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กโดยเฉพาะ เช่นการต่อบล็อกแบบต่างๆ หรือตัวต่อพลาสติก การเล่นเครื่องเล่นลักษณะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการเล่นเพื่อให้เกิดความสนุกแล้ว บุตรหลานของท่านยังได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก และมีจินตนาการ และมีความคล่องตัว
คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองนั้น มีส่วนสำคัญที่จะร่วมสร้างรากฐานที่ดีให้แก่เด็กปฐมวัย เพื่อเตรียมความพร้อมพวกเขาก่อนเข้าสู่ โลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างใหญ่ขึ้น ดังนั้นนอกจากจะฝึกฝนทักษะทางวิชาการให้แก่พวกเขาแล้ว ก็อย่าลืมที่จะฝึกให้พวกเขาได้เล่นให้เกิดประโยชน์ และช่วยเหลือตัวเองได้ด้านต่างๆ เพื่อศักยภาพที่รอบด้านอีกด้วย
เด็กๆ มีการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กไปตามธรรมชาติของพวกเขา คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตลูกรักว่าสามารถพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้ตามวัยหรือไม่ โดยให้สังเกตตามตารางด้านล่างนี้เลย
วัย | พัฒนาการเด็ก |
3 ปี | • หยิบของชิ้นเล็กๆ ด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือได้ • พับกระดาษชิ้นเล็กๆ ได้ • จับดินสอเขียนลากเส้นตรง เส้นโค้ง และวงกลมได้ • ตั้งบล็อกไม้ได้ 6-8 ชั้น • จับกรรไกรปลายมนตัดกระดาษได้ • ร้อยลูกปัดขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตรได้ |
4 ปี | • วาดรูปสี่เหลี่ยมตามตัวอย่างได้ • ใช้กรรไกรขนาดเล็ดตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้ประมาณ 6 นิ้ว • พับกระดาษได้โดยมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือ |
5 ปี | • วาดรูปสามเหลี่ยมตามตัวอย่างได้ • วาดรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดตามตัวอย่างได้ • ใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดกระดาษเป็นเส้นโค้งตามรอยประได้ • พับกระดาษได้ด้วยตัวเอง • จับดินสอได้อย่างถูกต้อง |
6 ปี | • เริ่มเขียนตัวอักษรง่ายและ และเขียนชื่อตัวเอง |
ระวัง! ฝืนพัฒนาไวเกินไป อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี
โดยปกติแล้ว เด็กๆ จะเริ่มจับดินสอได้อย่างถูกต้องและเริ่มเขียนตัวอักษรได้เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ แต่ในปัจจุบันนี้ เด็กเล็กๆ ถูกฝึกให้จับดินสอเขียนหนังสือตั้งแต่อนุบาล 1 ซึ่งเด็กบางคนทำได้ แต่บางคนก็อาจจะยังทำไม่ได้ดีนัก เนื่องจากเป็นการฝืนพัฒนาการเด็กมากเกินไป การเร่งหรือบังคับให้เด็ก จับดินสอเขียนหนังสือได้ก่อนวัยอันควร อาจส่งผลให้เด็กมีความเครียดมากเกินไป อาจส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์ และกลายเป็นปมในใจของเด็กได้นะคะ ข้อนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจ และระวังให้มากๆ
ให้ลูกอยู่หน้าจอมากเกินไป อาจส่งผลร้ายต่อกล้ามเนื้อ
แม้เด็กในยุคนี้จะเติบโตมาพร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ แต่ผู้รู้ทุกท่านคิดเห็นตรงกันว่า ไม่ควรให้เด็กเล็กๆ ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มากเกินไป เพราะนอกจากจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้นแล้ว ยังมีผลการสิจัยยืนยันว่า การให้เด็กๆ เล่นโทรศัพท์มือถือหรือแทปเล็ตมากเกินไป อาจส่งผลร้ายต่อพัฒนาการกล้ามเนื้อต่างๆ ของพวกเขาด้วยค่ะ
กิจกรรมสร้างสรรค์อะไรบ้างที่จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้
หากอยากให้เด็กๆ มีพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กๆ ได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างเหมาะสม โดยกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้นั้น ควรเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อมือให้สัมพันธ์กับตาๆด้อย่างมีประสิทธิภาพ เราขอเสนอกิจกรรมง่ายๆ เหล่านี้ค่ะ
- ให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน ติดกระดุมเสื้อ กินข้าว
- ให้ลูกได้ลองเล่นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือและตา เช่น ปั้นดิน ต่อบล็อก ร้อยลูกปัด พับกระดาษ วาดภาพ ลากเส้นตามจุด เป็นต้น
- ให้ลูกได้ลองทำงานบ้านง่ายๆ เช่น กวาดบ้าน ปัดฝุ่น หยิบจับสิ่งของต่างๆ ให้คุณแม่ในครัว
สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ในการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้ลูกรัก คือคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยให้กำลังใจพวกเขาในการลงมือทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ และอย่าลืมพูดชื่นชมเมื่อเด็กๆ ทำได้ดีด้วยนะคะ คำพูดเชิงบวกของคุณพ่อคุณแม่ จะได้ช่วยกระตุ้นความรู้สึกมั่นใจ และภูมิใจในตัวเอง ซึ่งจะหล่อหลอมให้ลูกรักเป็นเด็กที่เห็นคุณค่าและความสามารถของตัวเองในอนาคตค่ะ